ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์โตเกียว แพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก
ห้ามพลาดเด็ดขาด!!เที่ยวราคาพิเศษมีที่นั่งแน่นอน สนใจติดต่อสอบถาม โทร 02-694- 0171-2 จองด่วนจำนวนจำกัด
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์: อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ 7วัน 
เวนิส ฟลอเรนซ์ ปิซ่า 
ลา สเปเซีย มิลาน 
เมนดริซิโอ ลูเซิร์น
ทิตลิส ซูริค
พิเศษ!!! เที่ยวเทศกาล เวนิสคาร์นิวัล1 ปีมีครั้งเดียวเท่านั้น นั่งรถไฟชมวิวสวยๆ ของ Cinque Terre พร้อมชิมเมนูพิเศษ สปาเก็ตตี้หมึกดา และ สวิสฟองดูว์

โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)


กำหนดการเดินทาง มกราคม 26 ม.ค. – 1 ก.พ.61 30 ม.ค. – 5 ก.พ. 61 31 ม.ค. – 6 ก.พ. 61 6-12 กุมภาพันธ์ 61 7-13 กุมภาพันธ์ 61 8-14 กุมภาพันธ์ 61 9-15 กุมภาพันธ์ 61
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ ดูไบ
 

22.00 น. สมาชิกพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9แถวTสายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ทำการเช็คอินตั๋ว


วันที่สอง ดูไบ เวนิส– พระราชวังดอดจ์ จัตุรัสเซนต์มาร์ค มหาวิหารเซนต์มาร์ก Bridge of Sighs เวนิสคาร์นิวัล
 

02.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK371 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน) 06.00 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 09.40 น. ออกเดินทางสู่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) 13.20 น. เดินทางถึงสนามบินเวนิส (VCE Airport) เมืองเวเนเซีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกของการเดินทางที่ เวนิสเมสเตร (Venice Mestre) ย่านเมืองเก่าของเมืองเวนิส ก่อนจะนั่งเรือต่อเพื่อไปยังเกาะทรอนเช็ตโต้ (Tronchetto) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เกาะใหม่” (New Island) เป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณอ่าวเวเนเชียนเมื่อปี 1960 ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถจอดรถในบริเวณเมืองได้

14.15 น. นั่งเรือต่อจาก ท่าเรือทรอนเช็ตโต้ ไปยัง ท่าเรือซานมาร์โค (San MarcoPier) บนเกาะเวนิสแวะให้ถ่ายรูปสวยๆ เก็บเป็นที่ระลึกกันที่ พระราชวังดอดจ์ (Doge’s Palace) พระราชวังริมนํ้าแสนอลังการที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในสไตล์เวเนเชียนโกธิค ที่เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแต่เก่าก่อนของเวนิส แต่ตั้งแต่ปี 1923 ก็ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้เข้าชม เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กหลักของเวนิสเลยทีเดียว จากนั้นก็เดินเที่ยวชมแลนด์มาร์สำคัญต่างๆ ในเมืองและเก็บภาพสถานที่ต่างของเมืองแห่งคลองนี้ไม่ว่าจะเป็น จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square)จัตุรัสหลักของเมืองเวนิสและยังเป็นศูนย์กลางเมืองตั้งแต่โบราณ รายล้อมไปด้วยอาคารสวยๆ สไตล์โกธิค และจุดเด่นของจัตุรัสเซนต์มาร์คแห่งนี้ก็คือ มหาวิหารเซนต์มาร์ก (St. Mark’s Basilica) ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจัตุรัสเซนต์มาร์ค มหาวิหารใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อลังการด้วยการตกแต่งด้วยโดมใหญ่ รูปปั้นมากมายที่ทั้งละเอียดและประณีต และที่อยู่ติดกันและโดดเด่นด้วยความสูงถึง 50 เมตรก็คือ หอระฆัง ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่เห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็ตาม และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) สะพานอันโด่งดังแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่นํ้าที่คั่นกลางระหว่างคุกเก่ากับพระราชวังดอดจ์ ที่ได้ชื่อว่าสะพานถอนหายใจนั้นมาจากการที่นักโทษก่อนที่จะเข้าไปยังคุกจะต้องเดินผ่านสะพานแห่งนี้ ได้เห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ ของเมืองเวนิสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกจองจำ ทำให้รู้สึกเสียใจและต้องถอนหายใจออกมา สะพานนั้นเป็นแบบปิด ทำจากหินปูนที่แกะสลักและออกแบบอย่างงดงามเช่นเดียวกับพระราชวังดอดจ์และอาคารโดยรอบ

***เที่ยวชมเทศกาล เวนิสคาร์นิวัล (Venice Carnival)เทศกาลใหญ่ประจำปีของเมืองเวนิส ที่หนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เป็นงานเทศกาลเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดยทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจะพากันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแฟนซีย้อนยุคสุดอลังการ พร้อมสวม “หน้ากาก” เครื่องประดับชิ้นสำคัญของงาน ที่เราจะได้เห็นในหลากหลายรูปแบบซึ่งล้วนถูกสร้างขึ้นและตกแต่งอย่างละเอียดประณีต ยังมีการจัดขบวนพาเหรด กิจกรรมการแสดง และการประกวดหน้ากากให้ได้ชมกันตลอดช่วงเทศกาลด้วย

เย็น รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคารเมนูพิเศษ สปาเก็ตตี้หมึกดา
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank Antony หรือระดับเดียวกัน


วันที่สาม เวนิส ฟลอเรนซ์ มหาวิหารฟลอเรนซ์ จัตุรัสซินญอเรีย ปาลาสโซ่ เวคคิโอ
 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางไปยังเมือง ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี และเป็นเมืองศูนย์กลางของการค้าและความเจริญของยุโรปในช่วงยุคกลาง เมืองฟลอเรนซ์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ถือกำเนิดของยุคเรเนสซองส์ และยังได้เป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัต ยกรรม ในบริเวณเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์นั้นยังได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ไปเมื่อปี 1982

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เที่ยวชมเมืองฟลอเรนซ์ ชมความงามของเมืองสวยริมฝั่งแม่นํ้าอาร์โน สถานที่เคยเป็นที่อยู่ของศิลปินระดับโลกหลายต่อหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาร์โด ดาวินซี่ ไมเคิลแองเจโล จุดเด่นของเมืองก็ต้องยกให้กับ มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) มหาวิหารขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของยุโรป ตั้งอยู่ในบริเวณจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม สังเกตเห็นได้ง่ายด้วยโดมขนาดใหญ่สีส้มในสไตล์ศิลปะโกธิคอันหรูหราอลังการตัววิหารตกแต่งด้วยหินอ่อนหลายเฉดสี มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13และได้ถูกจะทะเบียนขึ้นมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้วในปี 1982 จัตุรัสซินญอเรีย(Piazza dellaSignoria) จัตุรัสใจกลางเมืองฟลอเรนซ์ที่นอกจากจะเป็นที่ตั้งของ ปาลาสโซ เวคคิโอ (PalazzaVecchio) พระราชวังเก่าของเมืองฟลอเรนซ์แล้วยังโดดเด่นด้วยผลงานศิลปะแสนงดงามที่กระจายอยู่โดยรอบจัตุรัสแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นแกะสลักเดวิดที่อายุกว่า 300 ปี ผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจโลก็หาดูได้ที่นี่ รูปปั้นเทพโรมัน และอีกมากมาย ในบริเวณจัตุรัสซินญอเรียนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดัง พิพิธภัณฑ์อุฟฟิซี่แกลลอรี่ (Uffizi Gallery) และที่ริมฝั่งแม่นํ้าอาร์โนก็เป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเมืองฟลอเรนซ์สะพานปอนเต เวคคิโอ (Ponte Vecchio) สะพานโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ได้สร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงยุคโรมันที่เป็นเพียงสะพานไม้ ก่อนที่จะบูรณะใหม่ในปี 1345 และอยู่คู่เมืองฟลอเรนซ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ที่บนสะพานนั้นยังเป็นเหมือนตลาดย่อมๆ ให้เดินเลือกซื้องานศิลปะ เครื่องประดับ และของที่ระลึกได้

เย็น รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Raffaello Hotel หรือระดับเดียวกัน


วันที่สี่ ฟลอเรนซ์ ปิซ่า หอเอนปิซ่า ลา สเปเซีย มิลาน
 

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมือง ปิซ่า (Pisa) เมืองริมแม่นํ้าอาร์โนในแคว้นทัสคานี ทางตอนกลางของประเทศอิตาลี เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีโบสถ์โบราณกว่า 20 แห่ง พระราชวังเก่าแก่สมัยยุคกลาง และด้วยการที่อยู่ติดแม่นํ้าที่ใกล้ทางออกไปยังทะเลทำให้เป็นเมืองแห่งการค้าขายที่สำคัญ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างโบราณที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง หอเอนปิซ่า (Tower of Pisa) และคณะของเราก็จะหยุดแวะถ่ายรูปกันให้เต็มที่ หอเอนปิซ่านี้จริงๆ แล้วเป็นหอระฆังของ มหาวิหารปิซ่า (Pisa Cathedral) โดยที่ตัวอาคารนั้นได้เริ่มเอนในช่วงการก่อสร้างช่วงศตวรรษที่ 12 โดยเกิดจากพื้นดินที่ยุบตัวลงเพราะรับนํ้าหนักอาคารไม่ไหว แล้วก็ค่อยๆ เอนมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะสร้างเสร็จสิ้นในศตวรรษที่ 14 แต่การเอนเอียงนั้นก็ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงปลายศตวรรษที่ 20 ที่การเอียงได้หยุดลง แต่นอกจากการเอนเอียงที่น่าสนใจมากแล้วตัวอาคารสีขาวสะอาดก็สวยไม่แพ้กัน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เดินทางสู่เมือง ลา สเปเซีย (La Spezia) ที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองท่าที่สำคัญทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว พิเศษขึ้นรถไฟสายชมวิวที่แล่นเลียบริมชายฝั่งทะเลของอิตาลี รีเวียร่าชมวิว5 หมู่บ้านแห่งชิงเควเตรเร(Cinque Terre) หมู่บ้านประมงโบราณที่อาคารต่างๆ จะถูกวาดทาเป็นสีเหมือนลูกกวาดหลากสี บรรยากาศชิลล์ๆ และทิวทัศน์สวยๆ ของเมืองทำให้ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต และยังเป็นอุทยานแห่งชาติและมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วยจากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเมือง เซสตริ เลวานเต้ (SestriLevante) เมืองริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นหนึ่งในท่องเที่ยวยอดฮิตของ อิตาเลียน รีเวียร่า มุ่งหน้าสู่เมือง มิลาน (Milan)

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร นาท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Bedbank NH Milan หรือระดับเดียวกัน


วันที่ห้า มิลาน มหาวิหารมิลาน เมนดริซิโอ FoxTown Factory Stores ลูเซิร์น
 

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมือง มิลาน (Milan) หนึ่งในเมืองหลักของประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้า ศิลปะ เศรษฐกิจ และการศึกษา และได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่นและการออกแบบ แวะเที่ยวชมแลนด์มาร์กของเมือง มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี เด่นด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ตกแต่งด้านนอกด้วยยอดแหลมจำนวนมากถึง 135 ยอดพร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนจำนวนมากที่ประดับอยู่โดยรอบปราสาทซฟอร์ซา (Sforza Castle) ก็เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนมิลาน ด้วยขนาดที่ใหญ่โตทำให้เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16-17 ปัจจุบันภายในเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลลอรี่ศิลปะสวยๆ ให้เราเข้าชมได้ ไม่ไกลจากมหาวิหารมิลาน จะเห็นอาคารสีขาวที่ดูภายนอกแม้จะไม่สะดุดตาเท่าไรนัก แต่ภายในนั้นอลังการด้วยโรงละครขนาดใหญ่และตกแต่งอย่างหรูหรา โรงละครลาสกาล่า (La ScalaTheatre) เป็นโรงละครคู่เมืองมิลานมากว่า 230 ปี เป็นสถานที่แสดงโชว์ชื่อดังมากมาย และที่ด้านหน้าโรงละครสกาล่าบริเวณจัตุรัส พิอาซซ่า เดลล่า สกาล่า นี้เองที่เราจะได้เห็นรูปปั้น อนุสรณ์แห่งลีโอนาร์โด ดาวินซี (Statue of Leonardo Da Vinci) โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ลีโอนาร์โด ดาวินซี นักประดิษฐ์และนักวิทยาศาตร์คนสำคัญของโลก จากนั้นนั่งรถโค้ชเดินทางสู่เมือง เมนดริซิโอ (Mendrisio) ) เมืองเล็กๆ ในบรรยากาศสบายๆ ทางทิศใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่เมืองเมนดริซิโอมีเอาท์เล็ตชื่อดังระดับโลกอยู่แห่งหนึ่งที่ได้รับยกให้เป็น 1 ใน 10 เอาท์เล็ตที่ดีที่สุดในโลก "ฟ็อกซ์ทาวน์ แฟคทอรี่ สโตร์ส" (FoxTown Factory Stores) เอาท์เล็ตในร่มขนาดใหญ่ใกล้ชายแดนสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ร้านค้ากว่า 160 ร้าน พร้อมด้วยแบรนด์ชั้นนำกว่า 250 แบรนด์ตั้งอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ไม่ว่าสภาพอากาศด้านนอกจะร้อนหรือหนาวจัด

กลางวัน **อิสระอาหารกลางวัน ออกเดินทางจากเมืองเมนดริซิโอไปยัง ลูเซิร์น (Lucerne)เมืองเล็กๆ เกือบใจกลางประเทศที่ชวนอบอุ่นอยู่ริมฝั่ง “ทะเลสาบลูเซิร์น” (Lake Lucerne) มองเห็นแนวเทือกเขาแอลป์เรียงสลับเป็นทิวสวยงามทุกฤดูกาล และนอกจากทิวเขาแล้วลูเซิร์นยังมีป่าไม้ค่อนข้างหนาแน่นและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ตามแนวเชิงเขา ความดีงามของลูเซิร์นคือเป็นเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ของพื้นที่ไว้ได้อย่างดี แบ่งเขตชัดเจนระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ เที่ยวเขตไหนก็ประทับใจไปเสียหมด

เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารเมนูพิเศษ สวิสฟองดูว์ นาท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Ibis Styles Luzern


วันที่หก ลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล อนุสาวรีย์สิงโต แองเกิลเบิร์ก ทิตลิส ซูริค (สนามบิน)
 

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เที่ยวชมเมืองลูเซิร์น และจุดหนึ่งที่น่าชมมากในย่านนี้ก็คือ สะพานไม้ชาเปล (Chapel bridge) สะพานที่ดูไม่เหมือนสะพานและมีอายุเก่าแก่มากกว่า 600 ปี ที่ว่าไม่เหมือนสะพานก็เพราะแวบแรกอาจดูคล้ายอาคารกลางนํ้า แต่จริงๆ แล้วสร้างขึ้นเพื่อใช้ข้ามไปมาระหว่างสองฝั่งแม่นํ้ารอยซ์ (Reuss River)อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument) สัญลักษณ์สำคัญอีกชิ้นของลูเซิร์นถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารหาญชาวสวิสซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลูเซิร์นมากกว่า 700 คนที่ออกรบและเสียชีวิตใน ฝรั่งเศสเมื่อครั้งเกิดสงครามปฏิวัติยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นการเจาะเนื้อหินและแกะสลักขึ้นรูปเป็นประติมากรรมสิงโตตัวใหญ่สวยงามมากแม้จะมีใบหน้าโศกเศร้าดังที่ว่าก็ตาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร มุ่งหน้าสู่เมือง แองเกิลเบิร์ก (Engleberg) เมืองรีสอร์ทบรรยากาศแสนดีท่ามกลางหุบเขาสูงสวยๆ ที่รายล้อม ที่เมืองแองเกิลเบิร์กนี้เองที่เป็นจุดขึ้นเคเบิ้ลคาร์ที่จะพาเราขึ้นไปยังภูเขาด้านบน เพื่อชมวิวของ ทิตลิส (Titlis) เทือกเขาสูงถึง 3,238 เมตร เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากความสูงแล้ว ทัศนียภาพสวยๆ ของวิวโดยรอบก็น่าประทับใจมาก จากทิตลิสนั่งกระเช้ากลับลงมาที่เมืองแองเกิลเบิร์กแล้ว จุดหมายสุดท้ายของเราก่อนจะต้องโบกมือลาประเทศสวยๆ แห่งนี้ก็คือ ซูริค (Zurich)เมืองที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์เมืองที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเก่าแก่ได้อย่างดี แน่นอนว่าถนนที่นักท่องเที่ยวและคนที่รักการช้อปปิ้งต้องมาเยือนให้ได้คือ บาห์นฮอฟสตราเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองซูริค ถนนบาห์นฮอฟสตราเซอเป็นถนนที่ยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร ที่พร้อมด้วยร้านค้าชั้นนำและแบรนด์เนมแน่นขนัดในทุกๆ ซอกซอย **อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย** เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร ออกเดินทางสู่ สนามบินซูริค (Zurich Airport) เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

21.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 86 แวะเปลี่ยนเครื่อง(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)


วันที่เจ็ด ดูไบ กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ
 

07.10 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

09.30 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ


ราคาทัวร์รวม
       
ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้น
ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
ราคาทัวร์ไม่รวม
       
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ
ค่านํ้าหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์
ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นตํ่า 100 บาท / วัน / คน (100 * 5 วัน)
หมายเหตุ
       
1. สำหรับการจอง กรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท (หลังจองภายใน 3 วัน) พร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง
2. ชำระยอดทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน
3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
เงื่อนไขการให้บริการ
       
1.ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด กุมภาพันธ์ 6-12, 7-13 , 8-14 , 9-15 ก.พ. 61
2.ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
3.ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
4.ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
5.ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
หมายเหตุอื่นๆ
       
1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
Tag : ทัวร์อิตาลี
[X] CLOSE
กรอก Email ของท่านเพื่อรับข่าวสารและโปรโมชั่นก่อนใคร !!